tr?id=1543387775907290&ev=PageView&noscript=1

ออกมาสัมผัสความงามของดอกไม้ญี่ปุ่นกันเถอะ!

บทความ

 

ออกมาสัมผัสความงามของดอกไม้ญี่ปุ่นกันเถอะ!

 

 
 
มาญี่ปุ่นทั้งที ก็ต้องมาดูอะไรที่เมืองไทยไม่มีน่ะสิ! อย่างนี้แล้วก็ต้องมาเที่ยวทุ่งดอกไม้อันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาที่หาได้ยากในเมืองไทย ครั้งนี้ DiGJAPAN! จะแนะนำทุ่งดอกไม้ที่ห้ามพลาดเมื่อมาเที่ยวแถบคันโต รับประกันความอลังการแถมการเดินทางจากโตเกียวยังสะดวกสบายอีกด้วย (บทความอัพเดทใหม่ กุมภาพันธ์ 2018)
 

เริ่มออกเดินทางจากสถานีอาซากุสะกันเลย

การเดินทางครั้งนี้ ใช้เวลาทั้งหมด 70 นาทีจากโตเกียว ในแถบคันโตนี้สามารถเห็นดอกชิบะซากุระหรือดอกพิงค์มอส ดอกเนโมฟีลา ดอกฟูจิหรือดอกวิสทีเรียที่กำลังบานสะพรั่งต้อนรับเราอยู่ 
 
เริ่มออกเดินทางจากสถานีอาซากุสะกันเลย1

ออกเดินทางจากสถานีรถไฟ Tobu สถานี Asakusa ซึ่งสามารถเดินจากโคมแดงของวัด Sensoji เพียง 5 นาทีเท่านั้น
 
Tobu สถานี Asakusa

รีบไปซื้อตั๋วกันเร็ว! สามารถซื้อบัตรแบบ Limited Express ได้ที่เครื่องจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติในสถานี 
 
เลือกสาย Isesaki ออกเดินทางเวลา 10.20 น. 

1. เลือกสาย Isesaki ออกเดินทางเวลา 10.20 น. 

เลือกจำนวนผู้โดยสาร เลือกที่นั่ง เช่น ที่นั่งข้างหน้าต่าง หรือริมทางเดิน และเลือกแบบ Limited Express

2 .เลือกจำนวนผู้โดยสาร เลือกที่นั่ง เช่น ที่นั่งข้างหน้าต่าง หรือริมทางเดิน และเลือกแบบ Limited Express 

ที่แรกที่จะไปคือสถานี Ashikaga

3. ที่แรกที่จะไปคือสถานี Ashikaga

ตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง

4. ตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง 

ตั๋วก็ออกมาค่ะ

5. ตั๋วก็ออกมาค่ะ


เมื่อซื้อตั๋วแล้ว ก็สอดตั๋วเข้าไปแล้วไปยังชานชราที่อยู่ชั้น 2 ซึ่งรถไฟแบบ Limited Express ก็ได้จอดรอเราอยู่แล้ว! 
 
Limited Express Ryomo

การเดินทางครั้งนี้ เรานั่งรถไฟด่วนพิเศษรุ่น Ryomo สีแดงขาวน่ารักสุดๆไปเลย 
 
การเดินทางครั้งนี้ เรานั่งรถไฟด่วนพิเศษรุ่น Ryomo สีแดงขาวน่ารักสุดๆไปเลย

สิ่งที่สนุกของการท่องเที่ยวโดยการนั่งรถไฟคือการได้เห็นวิวแบบฉบับญี่ปุ่นแท้ๆ สามารถมองเห็นวิวสวยงามจากที่นั่ง ทานข้าวเช้าไปชมวิวไป ช่างฟินจริงๆค่ะ
 
Limited Express Ryomo 2

สิ่งที่ต้องว้าวคือในรถไฟมี FREE Wi-Fi ด้วยค่ะ ทีนี้ก็สามารถอัพรูปได้อย่างเรียลไทม์กันไปเลย 
 
FREE Wi-Fi
 

สถานที่แรกที่ไปคือ สวนดอกไม้ Ashikaga Flower Park 

สวนดอกไม้ที่เราจะไปที่แรก คือสวนดอกไม้ Ashikaga Flower Park ตั้งอยู่ที่จังหวัด Tochigi ไฮไลท์เด็ดของที่นี่ คือต้นฟูจิหรือต้นดอกวิสทีเรียอายุกว่า 150 ปี มีความกว้างกว่า 1,000 ตารางเมตร วิวตรงหน้าสวยมากอย่างกับอยู่ในความฝันเลยค่ะ ดังนั้นจึงไม่แปลกใจว่าในทุกปีมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมมากกว่า 6 แสนคน

สามารถชมดอกวิสทีเรียในช่วง: ปลายเดือนเมษายน ถึง ต้นเดือนพฤษภาคม 
 
Ashikaga Flower Park1
Photo Credit:Ashikaga Flower Park

ดอกวิสทีเรียสีขาวแปลกตาส่งกลิ่นหอมมาให้เราได้สัมผัส ทุกคนอย่าพลาดมารอดอุโมงค์ดอกไม้ตรงนี้เพราะมันช่างสวยจริงๆค่ะ

สามารถชมดอกวิสทีเรียสีขาวในช่วง: ต้นเดือนพฤษภาคม 
 
Ashikaga Flower Park2
Photo Credit:Ashikaga Flower Park

อุโมงค์ดอกวิสทีเรียสีเหลืองสดใสมีความยาวกว่า 80 เมตร ที่นี่มีอุโมงค์ดอกวิสทีเรียสีเหลืองแห่งเดียวในญี่ปุ่น สวยอลังการจริงๆค่ะ คอนเฟิร์ม

สามารถชมดอกวิสทีเรียสีเหลืองในช่วง: ต้นถึงกลางเดือนพฤษภาคม 
 
Ashikaga Flower Park3
Photo Credit:Ashikaga Flower Park

ของขึ้นชื่อของที่นี่คือ 'ฟูจิซอฟต์' หรือไอศกรีมดอกวิสทีเรีย ไอศกรีมเป็นสีม่วงตามแบบดอกวิสทีเรียแถมยังได้กลิ่นอ่อนๆของดอกไม้อีก ไม่ลองไม่ได้แล้ว! 
 
Ashikaga Flower Park4
 

อีเว้นท์

ตำนานดอกวิสทีเรีย เทศกาลชมดอกวิสทีเรียครั้งยิ่งใหญ่ ปี 2018
ช่วงเวลาให้บริการ: ตั้งแต่ 18 เมษายน ถึง 20 พฤษภาคม 2018
เวลาให้บริการ: 7.00-18.00 น. (ไลท์อัพแสดงแสงสี ถึง 21.00 น.)
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 900-1,800 เยน / เด็ก 500-900 เยน
ช่วงเวลาแสดงไลท์อัพ: 21 เมษายน ถึง 13 พฤษภาคม
*สำหรับช่วงกลางคืน เปิดให้บริการ 17.30-21.00 น.
*สำหรับช่วงกลางคืน ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 600-1,500 เยน / เด็ก 300-800 เยน
หากเข้ามาชมไลท์อัพหลังเวลา 17.30 น. ค่าเข้าชมจะถูกลง
※ค่าเข้าชมผันแปรตามสภาพดอกไม้
※เวลาให้บริการและการแสดงไลท์อัพเปลี่ยนแปลงตามสภาพดอกไม้
※บัตรเข้าชมสวนช่วงเย็นจะจัดจำหน่ายตั้งแต่ 17:30 น. และสามารถอยู่ชมได้จนกระทั่งปิดบริการ


การเดินทางไปยังสวนดอกไม้ Ashikaga Flower Park จากสถานี 
ออกเดินทางจากสถานีรถไฟสาย Tobu Isesaki สถานี Ashikaga-shi

1. ออกเดินทางจากสถานีรถไฟสาย Tobu Isesaki สถานี Ashikaga-shi  

 นั่งรถชัทเทิลบัส (หมายเหตุ1) จากสถานีรถไฟ Ashikaga-shi 

2. นั่งรถชัทเทิลบัส (หมายเหตุ1) จากสถานีรถไฟ Ashikaga-shi 

ลงที่ลานจอดรถของสวน Ashikaga Flower Park

3. ลงที่ลานจอดรถของสวน Ashikaga Flower Park 

จากลานจอดรถเดินตามป้ายบอกทางเข้าสวน ประมาณ 3 นาที

4. จากลานจอดรถเดินตามป้ายบอกทางเข้าสวน ประมาณ 3 นาที

ประตูเข้าสวนดอกไม้ค่ะ

5. ทางเข้าสวนดอกไม้ค่ะ 


หมายเหตุ1: ในช่วงที่จัดแสดงดอกวิสทีเรียจะมีรถชัตเติ้ลบัสให้บริการทุกวัน แต่ในช่วงอื่นนอกจากนี้จะให้บริการรถชัตเติ้ลบัสเฉพาะวันเสาร์ อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ (ช่วงฤดูหนาวปิดให้บริการ)
 

รายละเอียด

Ashikaga Flower Park 
ที่ตั้ง: 607 Hasama-cho, Ashikaga-shi, Tochigi  
ช่วงเวลาให้บริการ/ค่าบริการ: ขึ้นกับความสะพรั่งของดอกไม้ เช็คข้อมูลก่อนการเข้าชมได้ที่เว็บไซต์
การเดินทาง: นั่งรถชัตเติ้ลบัสจากสถานีรถไฟสาย Tobu Isesaki สถานี Ashikaga-shi 30 นาที
เว็บไซต์ (ภาษาไทย): คลิ๊กที่นี่
※ในช่วงจัดแสดงดอกวิสทีเรียจะมีรถชัตเติ้ลบัสให้บริการทุกวัน แต่ในช่วงอื่นนอกจากนี้จะให้บริการรถชัตเติ้ลบัสเฉพาะวันเสาร์ อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ (ช่วงฤดูหนาวปิดให้บริการ)

 

เป้าหมายการดินทางที่ 2: สวนดอกไม้ Tsutsujigaoka Park

เป้าหมายการเดินทางแห่งที่ 2 ของเราคือสวนชื่อดังของย่าน Tsutsuji นั่นคือสวน Tsutsujigaoka Park นั่นเอง ที่สวนแห่งนี้มีดอก Tsutsuji มากกว่า 50 สายพันธุ์ทั้งหมดกว่า 10,000 ต้น ดอกไม้บานสะพรั่งในสวนมีทั้งสีชมพูอ่อน สีขาว สีม่วงละลานตาไปหมด ทำให้ยิ่งสนุกกับการถ่ายรูปกับดอกไม้เข้าไปอีก
กำหนดการ: ต้นเดือนเมษายน-ต้นเดือนพฤษภาคม
 
Tsutsujigaoka Park1

นอกจากนี้ยังสามารถล่องเรือ Shironuma ที่ทำให้ทุกท่านสามารถชื่นชมกับความงามของดอก Tsutsuji ได้อย่างเต็มตา 
 
Tsutsujigaoka Park2

วิธีเดินทาง
จากสวนดอกไม้ Ashikaga Flower Park สามารถมาถึงสวน Tsutsujigaoka Park โดยการนั่งรถแท็กซี่ประมาณ 30 นาที หรือใครที่อยากเที่ยวแบบชิวๆ แนะนำให้นั่งรถไฟ โดยสามารถนั่งรถชัตเติ้ลบัสจากสวนดอกไม้ Ashikaga กลับมายังสถานี Ashikaga แล้วนั่งรถไฟมาลงที่สถานี Tatebayashi จากนั้นนั่งรถบัสจากสถานีมายังสวน Tsutsuji Hill Park ใช้เวลาเดินทางทั้งหมดประมาณ 1 ชั่วโมง

วิธีการเดินทางจากสถานี Tatebayashi ถึงสวน Tsutsujigaoka Park
ออกเดินทางจากสถานีรถไฟ Tobu สถานี Tatebayashi

1. ออกเดินทางจากสถานีรถไฟ Tobu สถานี Tatebayashi 

มารอรถบัสที่ป้ายตรงข้ามสถานีรถไฟ นั่งรถบัสสาย Tatebayashi Itakura

2. มารอรถบัสที่ป้ายตรงข้ามสถานีรถไฟ นั่งรถบัสสาย Tatebayashi Itakura

ระหว่างทางไปยังสวน

3. ระหว่างทางไปยังสวน

ลงที่ลานจอดรถของสวน

4.ลงที่ลานจอดรถของสวน

ทางเข้าของสวน Tsutsuji Hill Park

5. ทางเข้าของสวน Tsutsujigaoka Park

 

รายละเอียด

Tsutsujigaoka Park 
ที่ตั้ง: 3181 Hanayama-cho, Tatebayashi-shi, Gunma
ช่วงเวลาให้บริการ: (เปิดให้ซื้อตั๋ว) 8.30-17.15
ค่าเข้าชม: ช่วงที่ดอกไม้เพื่งเริ่มบาน 310 เยน/ช่วงบานเต็มที่ 620 เยน/ช่วงหลังจากบานเต็ม 310 เยน 
※นักเรียนชั้นประถมลงไปเข้าฟรี
วันหยุด: วันจันทร์
การเดินทาง: การเดินทาง :ลงที่สถานีรถไฟสาย Tobu Isesaki สถานี Tatebayashi จากนั้นนั่งลงบัสประมาณ 11 นาที ลงที่สถานี Tsutsuji Park และเดินอีกประมาณ 7 นาที 
※ในช่วงดอกไม้บานเต็มที่มีจำนวนรสบัสให้บริการเพิ่มเติม 
เว็บไซต์(ภาษาญี่ปุ่น): คลิ๊กที่นี่

 

เป้าหมายของเราในครั้งนี้คือ : ออกไปสัมผัสความงามของดอกไม้กับเส้นทางสาย Tobu Treasure Garden

เป้าหมายของเราในครั้งนี้คือ : ออกไปสัมผัสความงามของดอกไม้กับเส้นทางสาย Tobu Treasure Garden ตึกสีแดงที่เป็นเอกลักษณ์และทุ่งดอกไม้สีสันสดใส ได้เห็นก็ตื่นเต้นแล้ว!
 
Tobu Treasure Garden1

ว้าว...ดอกพิงค์มอสสีชมพูสดใสไกลสุดลูกหูลูกตา!! ถ้ามาในช่วงจังหวะเวลาดีอาจได้เห็นดอกซากุระกำลังบานพร้อมกับดอกพิงค์มอสเลยน่ะ  ชักช้าอยู่ใย รีบเข้าไปเก็บภาพใกล้ๆดีกว่า

ช่วงที่ดอกพิงค์มอส(ดอกชิบะซากุระ)บาน: ต้นเดือนเมษายน ถึง ต้นเดิอนพฤษภาคม
 
Tobu Treasure Garden2

โอ๊ยฟินมาก ไม่เคยเห็นทุ่งดอกไม้สีฟ้าที่กว้างใหญ่ขนาดนี้มาก่อน! ดอกนีโมฟีล่าชนิดนี้มีชื่อว่า Baby Blue eyes ที่ทุ่งแห่งนี้มีดอกชนิดนี้นับไม่ถ้วน เมื่อลมพัดมายิ่งทำให้ทุ่งแห่งนี้เหมือนคลื่นในท้องทะเลไม่มีผิด อยากจะเข้าไปนอนกลิ้งข้างในจริงๆเลยค่ะ

ช่วงที่ดอกนีโมฟีล่าบาน: สัปดาห์แรกของเดือนเมษายน ถึง ต้นเดือนพฤษภาคม
 
Tobu Treasure Garden3

ดอกสีม่วงก็มีเหมือนกัน ! ดอกลินาเรียดอกเล็กๆบานแทรกอยู่ในบางพื้นที่ของสวน ดูแล้วสดชื่นสุดๆ ดอกไม้สวยมากอดใจไม่ถ่ายรูปไว้ไม่ได้

ช่วงที่ดอกลินาเรียบาน: กลางเดือนเมษายน ถึง กลางเดือนพฤษภาคม
 
Tobu Treasure Garden4

คนที่ชอบดอกกุหลาบยิ่งพลาดไม่ได้เลยกับอุโมงค์ดอกกุหลาบของที่นี่ บรรยากาศโรแมนติกสุดๆ เผลอเดินไปมาในอุโมงค์หลายรอบจนลืมเวลาเพราะมันสวยจริงๆค่ะ

ช่วงเวลาดอกกุหลาบบาน: กลางเดือนพฤษภาคม ถึง ปลายเดือนพฤษภาคม 
 
Tobu Treasure Garden5

การชมดอกไม้ของเรายังไม่หมดเพียงเท่านี้! เพราะช่วงนี้ยังมีดอกไม้อื่นๆที่บานสะพรั่งไม่แพ้กัน นั่นก็คือ ดอกป๊อปปี้นั่นเอง มีทั้งสีแดง สีเหลือง สีส้ม สีสันสดใสของดอกไม้ตัดกับสีเขียวของหญ้า ยิ่งมองแล้วยิ่งสดชื่น แค่เห็นก็รู้สึกมีพลังขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก 

ช่วงดอกป๊อปปี้บาน: กลางเดือนเมษายน ถึง กลางเดือนพฤษภาคม 
 
Tobu Treasure Garden6
 

รายละเอียด

ช่วงเวลาให้บริการ (สำหรับเทศกาลปี 2018)
■ 1 เมษายน-6 พฤษภาคม
Shibazakura & Spring Garden Festival
ช่วงเวลาให้บริการ: 9.00-17.00 (เริ่มเข้าชมภายในสวนได้ถึง 16.30 น.)
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ (นักเรียนมัธยมขึ้นไป) 600-1,000 เยน/เด็ก (นักเรียนประถม) 200-400 เยน
■ 7 พฤษภาคม-10 มิถุนายน
เทศกาล Rose & Garden Festival ※ อาจมีกรณีขยายช่วงเวลาเปิดเข้าชม
ช่วงเวลาให้บริการ: 9.00-17.00 (เริ่มเข้าชมภายในสวนได้ถึง 16.30 น.)
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ (นักเรียนมัธยมขึ้นไป) 1,000-1,800 เยน/เด็ก (นักเรียนประถม) 400-800 เยน
■ ต้นเดือนตุลาคม - ต้นเดือนพฤศจิกายน
Autumn Rose & Garden Festival
ช่วงเวลาให้บริการ: 10.00-16.30 (เริ่มเข้าชมภายในสวนได้ถึง 16.00 น.)
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ (นักเรียนมัธยมขึ้นไป) 800-1,000 เยน/เด็ก (นักเรียนประถม) 200-400 เยน
※ช่วงเวลาเปิดเข้าชมและราคาค่าเข้าอาจเปลี่ยนแปลงตามสภาพดอกไม้
※ในช่วงที่มีงานเทศกาลดอกไม้ต่างๆจะไม่มีวันหยุด


วิธีเดินทาง
จาก Tsutsujigaoka Park มายัง Tobu Treasure Garden สามารถนั่งรถแท๊กซี่ได้ประมาณ 10 นาที นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางโดยรถไฟ
โดยนั่งรถบัสกลั Tsutsujigaoka Park มายังสถานี Tatebayashi และนั่งรถไฟมายังสถานี Morinjimae เมื่อออกจากสถานี Morinjimae เดินตามป้ายเส้นทาง Tobu Treasure Garden ใช้เวลาเดินทางทั้งหมดประมาณ 35 นาที

แผนที่การเดินทางจากสถานีมายัง Tobu Treasure Garden 
เริ่มออกเดินทางจากสถานี Morinjimae สาย Tobu Isesaki

1. เริ่มออกเดินทางจากสถานี Morinjimae สาย Tobu Isesaki 

เดินตามถนนทางด้านซ้ายตามป้ายบอกทางเพื่อไปยัง Tobu Treasure Garden

2. เดินตามถนนทางด้านซ้ายตามป้ายบอกทางเพื่อไปยัง Tobu Treasure Garden 

สุดถนนให้เลี้ยวซ้าย

3. สุดถนนให้เลี้ยวซ้าย

เมื่อเห็นวัด Morinji ให้เลี้ยวซ้าย

4. เมื่อเห็นวัด Morinji ให้เลี้ยวซ้าย

แล้วเดินตรงไปเรื่อยๆก็จะมองเห็นสวนแห่งนี้ค่ะ

5. แล้วเดินตรงไปเรื่อยๆก็จะมองเห็นสวนแห่งนี้ค่ะ

ถนนระหว่างทางเดินก็เต็มไปด้วยสีเขียว เห็นแล้วสบายตาสบายใจมากเลยค่ะ

6. ถนนระหว่างทางเดินก็เต็มไปด้วยสีเขียว เห็นแล้วสบายตาสบายใจมากเลยค่ะ 

พอข้ามสะพานก็จะเจอกับ Tobu Treasure Garden ทางด้านขวาค่ะ

7. พอข้ามสะพานก็จะเจอกับ Tobu Treasure Garden ทางด้านขวาค่ะ 

ทางเข้าของสวน Tobu Treasure Garden ค่ะ

8. ทางเข้าของสวน Tobu Treasure Garden ค่ะ

 

รายละเอียด

Tobu Treasure Garden 
ที่ตั้ง:
 1050  Horiku-cho, Tatebayashi, Gunma
การเดินทาง: จากสถานี Morinjimae สาย Tobu Isesaki เดินประมาณ 15 นาที / จากสถานี Tatebayashi สามารถนั่งรสแท็กซี่ประมาณ 8 นาที  (เวลาอาจเปลี่ยนแปลงตามสภาพจราจร)
※ช่วงเวลาให้บริการ ค่าเข้าชมขึ้นอยู่กับสภาพดอกไม้ รายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ที่เว็บไซต์
เว็บไซต์(ภาษาญี่ปุ่น): คลิ๊กที่นี่

 

ไปสนุกกับเหล่าสัตว์น้อยสุดแสนน่ารักที่ Tobu Zoo

นั่งรถไฟสาย Tobu Isesaki แล้วออกไปสนุกกับสวนสัตว์ Tobu Zoo กันเถอะ! ที่สวนสัตว์แห่งนี้มีสัตว์กว่า 120 ชนิด และที่พลาดไม่ได้คือ เสือขาวที่หาได้ยากและยังน่ารักสุดๆ ในช่วงหน้าร้อนก็มีสระน้ำให้ได้เพลิดเพลินและในช่วงฤดูหนาวยังจัดแสดงไฟอีกด้วย 
 
Tobu Zoo1

อัลปาก้าน่ารักมาก ดูท่าทางเป็นมิตรใจดี 
 
Tobu Zoo2

ภายในสวนสัตว์ยังปลูกต้นซากุระไว้อีกด้วย ดังนั้นจึงถือเป็นโอกาสดีที่จะได้แวะชมดอกซากุระอีกด้วย 
 
Tobu Zoo3
 

รายละเอียด

Tobu Zoo
ที่ตั้ง:
110 Suka, Miyashiro-machi, Minamisaitama-gun, Saitama
ช่วงเวลาให้บริการ/วันหยุด: แต่ละเดือนให้บริการไม่เหมือนกัน สามารถตรวจสอบวันและเวลาที่ให้บริการทางเว็บไซต์
ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ (นักเรียนมัธยมขึ้นไป) 1,700 เยน/ เด็ก (3 ขวบขึ้นไป) 700 เยน / ผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) 1,000 เยน 
※ไม่รวมค่าเครื่องเล่นต่างๆและสระว่ายน้ำ
การเดินทาง: จากสถานี Tōbu-dōbutsu-kōen สาย Tobu Isesaki เดินประมาณ 10 นาที 
เว็บไซค์(ภาษาอังกฤษ): คลิ๊กที่นี่


 

แผนที่เส้นทางของแต่ละสถานที่

แผนที่เส้นทางของแต่ละสถานที่
 

 

ถ้าชอบบทความนี้ กดถูกใจให้ด้วยนะ

บทความนี้เขียนขึ้นเมื่อ 28/02/2017 เรื่องโดย:กองบรรณาธิการ DiGJAPAN!

 

ความคิดเห็นล่าสุด | 0ความคิดเห็น

    • ยังไม่มีความคิดเห็น
  • หากเป็นสมาชิก DiGJAPAN!
    จะสามารถโพสต์คอมเม้นท์ได้

    สมัครสมาชิก