tr?id=1543387775907290&ev=PageView&noscript=1

จัดเต็มกับแพลนเที่ยว 2 วัน 1 คืนที่ฮามามัตสึจังหวัดชิซุโอกะห่างจากโตเกียว 90 นาทีเท่านั้น!

บทความ

 

จัดเต็มกับแพลนเที่ยว 2 วัน 1 คืนที่ฮามามัตสึจังหวัดชิซุโอกะห่างจากโตเกียว 90 นาทีเท่านั้น!

 

 
 
มาลองเก็บสตรอว์เบอร์รี่ ชิมเมนูปลาไหลและเล่นพาราเซลลิ่งที่ญี่ปุ่นกันไหม? ที่จังหวัดชิซุโอกะเมืองฮามามัตสึจัดให้ได้หมดกับกิจกรรมสนุกๆข้างต้น หากยังนึกไม่ออกว่าจะเริ่มเที่ยวตรงไหน อะไรอร่อยอะไรห้ามพลาดละก็ รีบมาลองดูแพลนเที่ยว 2 วัน1 คืนแบบจัดเต็มที่ทะเลสาบฮามานะโกะ เมืองฮามามัตสึกันเลย!
 
พาราเซลลิ่ง
 

ถึงสถานีฮามามัตสึโดยรถไฟชินคันเซ็น

จากโตเกียวสามารถนั่งรถไฟชินคันเซ็นสายโทไคโด (Tokaido Shinkansen) มาลงที่สถานีฮามามัตสึเป็นเวลา 90 นาที หรือใครมาจากเมืองนาโกย่าก็สามารถมาถึงสถานีฮามามัตสึเพียง 30 นาทีเท่านั้น ส่วนใครมาจากแถบคันไซอย่างเมืองโอซาก้าละก็ สามารถนั่งจากสถานี Shin-Osaka มาเพียง 90 นาทีเช่นกัน สะดวกสุดๆไปเลย!
 
ถึงสถานีฮามามัตสึโดยรถไฟชินคันเซ็น

สำหรับใครที่วางแผนค้างคืนเที่ยวทะเลสาบฮามานะโกะเมืองฮามามัตสึละก็ แนะนำให้พักโรงแรมในแถบคันซันจิออนเซ็น (Kanzanji Onsen) เพราะเมื่อถึงสถานีฮามามัตสึจะสามารถนั่งรถชัทเทิลบัสไปยังแถบคันซันจิออนเซ็นได้ฟรี (เฉพาะผู้ที่เข้าพักเรียวคังหรือโรงแรมในแถบคันซันจิออนเซ็น)
 

ถึงสถานีฮามามัตสึโดยรถไฟชินคันเซ็น

 

ถึงสถานีฮามามัตสึโดยรถไฟชินคันเซ็น

■รายละเอียดการเดินรถชัทเทิลบัสไปยังแถบคันซันจิออนเซ็น

1 วัน มีทั้งหมด 4 รอบ ได้แก่ รอบ 11.00, 14.00, 15.00 และ 16.00 น.
ค่าใช้จ่าย: ฟรี
จุดขึ้นรถ: ตรงข้ามบิ๊กคาเมร่า (BicCamera)
การจอง: สามารถจองได้ก่อนล่วงหน้าก่อน 2 วัน โดยติดต่อกับโรงแรมที่จองได้โดยตรง
เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น): คลิ๊กที่นี่

ที่จริงแล้วการเดินทางไปยังแถบคันซันจิออนเซ็นยังสามารถนั่งรถบัสปกติ (มีค่าใช้จ่าย) ได้เช่นกัน ดังนั้นใครที่มาไม่ทันรอบรถชัทเทิลบัสดังกล่างก็สบายใจหายห่วง สามารถปรับเวลาให้เข้ากับแผนของตัวเองได้เลย
 

เช่าจักรยานปั่นชมวิวทะเลสาบฮามานะโกะ

แนะนำให้เช่าปั่นจักรยานชมวิวสวยๆของทะเลสาบฮามานะโกะ
 

เช่าจักรยานปั่นชมวิวทะเลสาบฮามานะโกะ

 

เช่าจักรยานปั่นชมวิวทะเลสาบฮามานะโกะ

จุดเช่าจักรยานนั้นก็หาง่ายและแสนสะดวก เพราะหากนั่งรถชัทเทิลบัสฟรีมาลงที่ป้ายที่ชื่อว่ายูรินคันซันจิเทอร์มินอล (Yurin Kanzanji Terminal) ปุ๊บก็เช่าจักรยานได้เลย ส่วนกระเป๋าหรือสัมภาระนั้นจะฝากไว้ที่โรงแรมก่อนหรือจะใช้ล็อคเกอร์ที่จุดลงรถยูรินคันซันจิเทอร์มินอลก็ได้เช่นกัน (มีค่าใช้จ่าย)
 
เช่าจักรยานปั่นชมวิวทะเลสาบฮามานะโกะ

ขั้นตอนการเช่าจักรยานนั้นจำเป็นต้องกรอกข้อมูลส่วนตัวและแสดงพาสปอร์ต โดยจุดเช่าจักรยานในแถบทะเลสาบฮามานะโกะ มีทั้งหมดด้วยกัน 7 แห่ง
 

เช่าจักรยานปั่นชมวิวทะเลสาบฮามานะโกะ

 

เช่าจักรยานปั่นชมวิวทะเลสาบฮามานะโกะ

ที่จุดเช่าจักรยานยังสามารถขอรับไกด์บุ๊คภาษาอังกฤษ โดยภายในไกด์บุ๊คประกอบด้วยแผนที่บริเวณทะเลสาบฮามานะโกะ กฏระเบียบในการขี่จักรยานในญี่ปุ่น เส้นทางปั่นจักรยานและจุดท่องเที่ยวที่แนะนำและจุดคืนจักรยาน ข้อมูลครบครันจริงๆ ดังนั้นอย่าลืมหยิบกันมาด้วยนะทุกคน!
 

เช่าจักรยานปั่นชมวิวทะเลสาบฮามานะโกะ

 

เช่าจักรยานปั่นชมวิวทะเลสาบฮามานะโกะ

รายละเอียด

จุดเช่าจักรยานทะเลสาบฮามานะโกะยูริน
จุดเช่าจักรยาน: คันซันจิเทอร์มินอล(Kanzanji Terminl )
(ที่อยู่: 1832-1 Kanzanji-cho, Nishi-ku, Hamamatsu-shi, Shizuoka ) หรือจุดเช่าจักรยานรอบทะเลสาบฮามานะโกะ

เวลาให้บริการ: 9.00-16.30 น. (แตกต่างกันขึ้นอยู่กับจุดเช่าจักรยาน)
ค่าบริการ: ผู้ใหญ่ 1 วัน 500 เยน (+ ค่าประกัน 1,000 เยน)
※ จะได้รับเงินค่าประกันคืนเมื่อคืนจักรยาน ณ จุดที่ทำการเช่าเท่านั้น หากคืนที่จุดบริการอื่นจะไม่สามารถรับเงินประกันคืนได้
เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น): คลิ๊กที่นี่
ติดต่อสอบถาม: โทรศัพท์ 053-487-0152 (รองรับเฉพาะภาษาญี่ปุ่น องค์กรส่งเสริมการท่องเที่ยวคันซันจิ)
※ ตอนทำเรื่องเช่าจักรยาน จำเป็นต้องแสดงหลักฐานยืนยันตัวตน (พาสปอร์ต, ใบขับขี่)
※สามารถคืนจักรยานในจุดบริการต่างจากตอนเช่าได้ แต่จะไม่สามารถขอคืนเงินค่าประกัน 1,000 เยนได้

 

จะช้อปปิ้งหรือถ่ายรูปในบรรยากาศสไตล์ยุโรปที่นุคุโมริโนะโมริก็สนุกได้ในที่เดียว!

เริ่มที่แรกกับจุดท่องเที่ยวยอดนิยมของคนท้องถิ่นกับเมืองนุคุโมริ โนะ โมริ (Nukunori no mori) ซึ่งสามารถปั่นจักรยานจากคันซันจิเทอร์มินอล (Kanzanji Terminl ) ประมาณ 15 นาที บรรยากาศราวกับอยู่ในยุโรป น่ารักจริงๆ!
 
Nukumori no mori

มีทั้งบ้านและกระท่อมเล็กๆน่ารัก บรรยากาศอบอุ่นจนเหมือนตกไปอยู่ในโลกแห่งจินตนาการ ที่นี่มีทั้งร้านขายของกระจุกกระจิกและร้านไอศกรีมเจลาโต้ แวะเข้าร้านนู้นดูของร้านนี้เพลินอย่าบอกใครเลยละ
 
Nukumori no mori
Nukumori no mori
Nukumori no mori
Nukumori no mori
Nukumori no mori
Nukumori no mori
Nukumori no mori
Nukumori no mori
ใครเดินช้อปปิ้งหรือถ่ายรูปเหนื่อยละก็ แนะนำให้มานั่งพักหาขนมอร่อยๆทานที่ร้าน'โอกาชิโนะโมริ' (Okashi no mori) และถ้าวันไหนอากาศดีละก็แนะนำให้นั่งเทอร์เรสหน้าร้าน ได้บรรยากาศสุดๆ!
 
Nukumori no mori

นอกจากเค้กทั่วไปแล้ว ที่นี่ยังมีเค้กตามฤดูกาลที่เปลี่ยนไปตามแต่ละซีซั่น ราคาประมาณ 500 เยนต่อชิ้น
 

Nukumori no mori

 

Nukumori no mori

พอขึ้นบันไดตรงทางเข้า เข้ามาด้านในอาคารก็จะเจอกับห้องโถงอันโอ่อ่า บรรยากาศสไตล์ยุโรปซึ่งตรงจุดนี้เป็นส่วนของนุคุโมนิแกลอรี่ (Nukumori Gallery) ค่าเข้า 300 เยน
 
Nukumori no mori

เดินเข้าไปข้างในเรื่อยๆก็จะพบกับทั้งเทอร์เรสไว้นั่งชมวิว ถ้ำต่างๆและบ้านต้นไม้ เรียกได้ว่ามีอะไรให้ค้นหาและตื่นเต้นตลอดเวลาเลยละ และขอแนะนำให้ลองสั่งไวน์ Cascas มาลองจิบพร้อมชมบรรยากาศโดยรอบก็ชิลล์ไม่เบา~
 

Nukumori no mori

 

Nukumori no mori

รายละเอียด

Nukumori no mori
ที่อยู่: 2949 Waji-cho, Nishi-ku, Hamamatsu-shi, Shizuoka
เวลาเปิดบริการ: 10.00-17.00 น. (ปิด 18.00 น.) เวลาเปิดปิดแตกต่างกันตามแต่ละอาคาร
วันหยุด: ทุกวันพฤหัสบดี (แต่หากตรงกับวันหยุดจะเปิดบริการปกติ) วันหยุดพิเศษ 10 วันสามารถเช็คได้ที่เว็บไซต์ทางการ
ค่าใช้จ่าย: ค่าเข้า = 300 เยน, เด็กต่ำกว่าประถมศึกษาเข้าฟรี
การเดินทาง: สามารถนั่งรถบัสที่มุ่งไปทาง Kanzanji Onsen จากสถานีรถไฟ JR Hamamatsu 30 นาทีมาลงที่ป้า Sujikaibashi แล้วเดินต่ออีก 3 นาที
เว็บไซต์(ภาษาญี่ปุ่น): คลิ๊กที่นี่

 

มาเก็บสตรอว์เบอร์รี่และทานอาหารกลางวันแสนอร่อยที่ฮามามัตสิฟรุ๊ตปาร์คกัน!

ตอนเที่ยงเราก็มากันที่ฮามามัตสึฟรุ๊ตปาร์คที่มีพื้นที่กว้างขวางสุดๆ โดยครั้งนี้เราจะมาเก็บสตรอว์เบอร์รี่และชิมพิซซ่าที่อบจากเตาร้อนๆกัน!
※ฮามามัตสึฟรุ๊ตปาร์คอยู่ห่างจากนุคุโมริโนะโมริมาสักเล็กน้อย (ประมาณ 12 กิโลเมตร ขี่จักรยานประมาณ 40-60 นาที) ดังนั้นใครที่ไม่มั่นใจในกำลังปั่นจักรยานของตัวเอง แนะนำให้จอดจักรยานไว้ที่จุดจอดหรือลานจอดทั่วไปก่อนแล้วค่อยนั่งแท็กซี่ต่อไปยังฮามามัตสึฟรุ๊ตปาร์คจะสะดวกกว่า
 

Hamamatsu Fruit Park Tokinosumika

 

Hamamatsu Fruit Park Tokinosumika

นอกจากสตรอว์เบอร์รี่แล้วก็ยังมีผลไม้ชนิดอื่นตามแต่ฤดูกาล
ที่นี่ปลูกผลไม้กว่า 15 ชนิด โดยสตรอว์เบอร์รี่จะมีในเดือนมกราคมถึงพฤษภาคม ส่วนเดือนมิถุนายนถึงกรกฏาคมจะเป็นช่วงของโมโมะหรือลูกพีชญี่ปุ่น ได้ชิมผลไม้ที่เก็บจากต้นใหม่ๆนี่อร่อยสุดๆไปเลย ส่วนเรื่องคิดเงินนั้นก็ตามจำนวนผลที่เก็บ ดังนั้นจะเก็บเพียง 1 ลูกเท่านั้นก็ไม่ป็นไร~
 
Hamamatsu Fruit Park Tokinosumika

เมนูยอดนิยมของที่นี่คือพิซซ่าเตาถ่านแสนอร่อย
 

Hamamatsu Fruit Park Tokinosumika

 

Hamamatsu Fruit Park Tokinosumika

รายละเอียด

Hamamatsu Fruit Park Tokinosumika
ที่อยู่: 4263-1 Miyakoda-cho, Kita-ku, Hamamatsu-shi, Shizuoka
เวลาให้บริการ: 9.00-18.00 น. (เวลาปิดอาจแตกต่างตามช่วงเวลา)
วันหยุด: ไม่มี
ค่าบริการ: ผู้ใหญ่ 700 เยน, นักเรียนประถมและมัธยม 350 เยน (ไม่รวมค่าเก็บผลไม้) รายละเอียดตรวจสอบได้กับทางเว็บไซต์
การเดินทาง: เดิน 8 นาทีจากสถานี Hamamatsu Fruit Park รถไฟสาย Tenryu Hamanako Tetsudo
เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น): คลิ๊กที่นี่

 

[ถ้ามีเวลาละก็ แนะนำที่นี่เลย] ฮามามัตสึฟลาวเวอร์พาร์ค

ใกล้กับจุดเช่าจักรยานคันซันจิเทอร์มินอลนั้นมีสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ที่ชื่อว่าฮามามัตสึฟลาวเวอร์พาร์ค โดยที่นี่มีการจัดแสดงดอกไม้ให้เราได้ชมตลอดทั้งปี ช่วงที่แนะนำคือช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน เพราะเป็นช่วงที่ดอกซากุระและทิวลืปบานพร้อมกันพอดี
 
Hamamatsu Flower Park
 
Hamamatsu Flower Park
 

รายละเอียด

Hamamatsu Flower Park
ที่อยู่: 195 Kanzanji-cho, Nishi-ku, Hamamatsu-shi, Shizuoka
เวลาเปิดบริการ: 9.00-16.00 น. (ปิดเวลา 16.30 น. เวลาปิดต่างกันตามแต่ละช่วงเวลา)
วันหยุด: ไม่มี (หยุดเฉพาะวันที่ 29-31 ธันวาคม)
ค่าเข้า: ค่าเข้า (ช่วงเดือนมีนาคมถึงมิถุนายน) ผู้ใหญ่ 600-1,000 เยน เด็ก 300-500 เยน /ค่าเข้า (ช่วงเดือนกรกฏาคมถึงกันยายน) ฟรี /ค่าเข้า (ช่วงเดือนตุลาคมถึงกุมภาพันธ์) ผู้ใหญ่ 500 เยนพร้อมแถมบัตรช้อปปิ้ง เด็ก เข้าฟรี
การเดินทาง: นั่งบัสที่มุ่งหน้าสู๋ Kanzanji Onsen จากสถานี JR Hamamatsu 40 นาที ลงที่ฟลาวน์เวอร์พาร์ค
เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น): คลิ๊กที่นี่

 

ปั่นจักรยานริมทะเลสาบฮามานะโกะมุ่งไปยังเบ็นเท็นจิมะ

ปั่นจักรยานริมทะเลสาบฮามานะโกะจากฟลาวเวอร์ปาร์คไปยังเบ็นเท็นจิมะ

[แนะนำหากเวลาลงตัว]
ปั่นจักรยานชิลล์ๆริมทะเลสาบฮามานะโกะมุ่งหน้าไปสู่เบ็นเท็นจิมะ
ที่เบ็นเท็นจิมะมีกระแสน้ำขึ้นน้ำลงเหมือนทะเล โดยในช่วงเวลาน้ำลงนั้นสามารถไปยืนถ่ายรูปท่ามกลางทะเลสาบฮามานะโกะได้ ช่วงเวลาที่น้ำลงนั้นก็จะแล้วแต่ฤดูกาลและช่วงเวลา ใครที่สนใจมาเที่ยวแนะนำให้เช็ครายละเอียดในอินเตอร์เน็ตก่อนจะได้ไม่พลาด
[ประกาศรักกลางทะเลสาบฮามานะโกะ]
ข้อมูลการท่องเที่ยวคลิกที่นี่: Cruising on Lake Hamana - Undiscovered Japan
 
ปั่นจักรยานริมทะเลสาบฮามานะโกะมุ่งไปยังเบ็นเท็นจิมะ

เท็นเบ็นจิมะอยู่ใกล้กับทะเลสาบฮามานะโกะซึ่งติดกับทะเล ไฮไลท์ที่ห้ามพลาดของที่นี่คือเสาโทริอิสีแดง บรรยากาศคล้ายกับศาลเจ้าอิสึกุชิมะที่ฮิโรชิมะไม่มีผิด! ในตอนเย็นนั้นห้ามพลาดมาชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวนริมทะเลเบ็นเท็นจิมะ เพราะจะเห็นพระอาทิตย์กำลังตกกับเสาโทโอริสีแดงกลางทะเลสาบ น่าประทับใจสุดๆ!

※เกี่ยวกับการคืนจักรยาน
สำหรับใครที่เริ่มล้ากับการปั่นจักรยานหรือเวลาไม่ลงตัว สามารถคืนจักรยานได้ที่จุดเช่าจักรยานเบ็นเท็นจิมะแล้วนั่งแท๊กซี่หรือรสบัสกลับไปยังโรงแรม ส่วนใครที่ไม่มีปัญหาอะไรก็สามารถปั่นกลับมาคืนจักรยานที่จุดเช่าจักรยานคันซันจิแล้วกลับโรงแรมก็ได้เช่นกัน
 
Hamanako


 

พักเรียวคังแบบญี่ปุ่นในย่านคันซันจิออนเซ็น


ในย่านตันซันจิออนเซ็น (Kanzanji Onsen) มีโรงแรมให้เราเลือกพักมากมาย ครั้งนี้เราเลือกพักที่โรงแรม Well Season Hotel บอกเลยว่าครบครันสุดๆเพราะมีออนเซ็นขนาดใหญ่อยู่ภายในโรงแรม
 
Kanzanji Onsen

ห้องพักของที่นี่มีทั้งแบบญี่ปุ่นและแบบตะวันตก ครั้งนี้เราเลือกพักห้องพักแบบญี่ปุ่น โดยภายในห้องจะเป็นเสื่อทาทามิขนาดใหญ่ และจากห้องยังสามารถเห็นวิวทะเลสาบฮามานะโกะได้อีกด้วย
 
Kanzanji Onsen

มีชุดยูกาตะหลายลายให้เช่าภายในโรงแรม (440 เยน)
 
Kanzanji Onsen

ในโรงแรมยังมีจุดแช่ออนเซ็นฮานะซากิโนะยู (Hana saki no yu) ซึ่งประกอบด้วยจุดแช่ออนเซ็นทั้งหมด 26 แห่ง และสำหรับแขกผู้เข้าพักสามารถมาแช่ออนเซ็นกลางแจ้งได้ที่ออนเซ็นฮิโตโตะโทคิโนะยู (Hito to tokinoyu)
 
Kanzanji Onsen

ส่วนตอนย็นนั้นจัดเต็มกันไปเลยกับบุฟเฟ่ต์อาหารเย็น (ในกรณีเลือกเข้าพักแบบรวมอาหาร) มีทั้งปลาไหลย่างที่มีเชฟมาปรุงให้ชมกันสดๆและอาหารสุขภาพที่ทำจากผักสดของขึ้นชื่อเมืองชิซุโอกะแห่งนี้ เมนูอาหารของที่นี่จะเปลี่ยนไปตามแต่ละเดือนซึ่งมีให้เลือกชิมเลือกทานกว่า 60 ชนิด

เมื่ออิ่มอร่อยกับอาหารมื้อเย็นแล้ว ก็ได้เวลาพักผ่อน
 

Kanzanji Onsen

 

Kanzanji Onsen

Kanzanji Onsen
 

รายละเอียด

Well Season Hotel Hamanako
ที่อยู่: 1891 Kanzanji-cho, Nishi-ku, Hamamatsu-shi, Shizuoka
ค่าที่พัก: 1 คืนพร้อมอาหาร ราคาตั้งแต่ 14,580 เยนขึ้นไป /เฉพาะแช่ออนเซ็น (ไม่เข้าพัก) 1,080 เยนขึ้นไป
การเดินทาง: นั่งรถบัสที่มุ่งหน้าไปยัง Kanzanji onsen จากสถานีรถไฟ JR Hamamatsu 45 นาที ลงรถที่ป้าย Well Season Hotel
เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น): คลิ๊กที่นี่

 

วันที่ 2 สนุกกับกิจกรรมทางน้ำที่ทะเลสาบฮามานะโกะ

วันที่ 2 นั้นหลังจากกินข้าวเช้าที่โรงแรมกันแล้วก็ไปสนุกกับกิจกรรมทางน้ำอย่างพาราเซลลิ่งหรือเรือลากร่มที่ทะเลสาบฮามานะโกะ การเดินทางก็แสนง่าย เพราะแฟนธ่อมมารีนโคะดามะ (Fantom Marine Kodama)ซึ่งเป็นที่ที่เราจะมาเล่นพาราเซลลิ่งกันนั้นสามารถเดินจากโรงแรมเพียง 3 นาทีเท่านั้น ทะเลสาบฮามานะโกะจากวิวบนฟ้าจะเป็นยังไงกันนะ?
 

สนุกกับกิจกรรมทางน้ำที่ทะเลสาบฮามานะโกะ

 

สนุกกับกิจกรรมทางน้ำที่ทะเลสาบฮามานะโกะ

การเล่นพาราเซลลิ่งไม่ถึงกับต้องตัวเปียกน้ำ แต่เพราะที่นี่เขาใส่ใจด้านความปลอดภัย จึงต้องใส่เสื้อชูชีพไว้ให้พร้อม สำหรับผู้หญิงแนะนำให้ใส่กางเกงจะสะดวกกว่าเพราะจะได้ไม่ต้องมาพะวงเกี่ยวกับเสื้อผ้า เตรียมตัวเสร็จแล้วก็ไปลงเรือกันเลย!
หลังจากลงเรือแล้วสตาฟก็มาแนะนำตัวและอธิบายวิธีการเล่นพาราเซลลิ่งให้เราได้ฟังกัน
 
สนุกกับกิจกรรมทางน้ำที่ทะเลสาบฮามานะโกะ

สนุกกับกิจกรรมทางน้ำที่ทะเลสาบฮามานะโกะ

เล่นพาราเซลลิ่งครั้งแรก มันก็จะตื่นเต้นหน่อยๆ
 
สนุกกับกิจกรรมทางน้ำที่ทะเลสาบฮามานะโกะ

เอาล่ะ! จะบินไปบนท้องฟ้าแล้วนะ!
 
สนุกกับกิจกรรมทางน้ำที่ทะเลสาบฮามานะโกะ

สนุกกับกิจกรรมทางน้ำที่ทะเลสาบฮามานะโกะ
สนุกกับกิจกรรมทางน้ำที่ทะเลสาบฮามานะโกะ
สนุกกับกิจกรรมทางน้ำที่ทะเลสาบฮามานะโกะ
พาราเซลลิ่งสามารถนั่งได้ 2 คน ส่วนเรื่องระดับความสูงนั้นขึ้นอยู่กับลักษณะอากาศในแต่ละวัน โดยปกติแล้วจะขึ้นไปสูงประมาณ 40-80 เมตร ในวันที่เราไปกันนั้นอากาศดีมากๆ ขึ้นไปสูงถึง 100 เมตรเลยทีเดียว เล่นเอาขาสั่นแต่สนุกสุดๆ ><
 
สนุกกับกิจกรรมทางน้ำที่ทะเลสาบฮามานะโกะ

นี่เป็นการเล่นพาราเซลลิ่งครั้งแรก แม้ว่าตอนแรกจะกลัวเล็กน้อย แต่พอได้เห็นวิวสวยๆจากด้านบนแล้วละก็บอกเลยว่าคุ้มสุดๆ เรือแล่นเร็วกำลังดี สมพัดกำลังสบายเลยละ
 

นอกจากพาราเซลลิ่งแล้วยังมีเรือสปีดโบ๊ทและมอเตอร์โบ๊ทให้ลองเลือกเล่นได้ตามใจชอบอีกด้วย !
 
สนุกกับกิจกรรมทางน้ำที่ทะเลสาบฮามานะโกะ

รายละเอียด

Fantom Marine Kodama
ที่อยู่: Hanamako Marina Yuransen Noriba 3289-3 Kansanji-cho, Nishi-ku, Hamamatsu-shi, Shizuoka
เวลาให้บริการ: 9.00-17.00 น. (ตั้งแต่เดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ เปิดถึง 16.30 น.)
วันหยุด: ยังไม่มีกำหนด (เดือนมีนาคมถึงพฤศจิกายน ไม่มีวันหยุด)
ค่าบริการ: พาราเซลลิ่ง (2 คนขึ้นไปและจำเป็นต้องจองล่วงหน้า) ผู้ใหญ่ 1 คน 6,600 เยน /เรือสปีดโบ๊ท (มีทั้งหมด 8 คอร์สให้เลือก) ผู้ใหญ่ 1,100 เยนขึ้นไป /บานาน่าโบ๊ท (15 นาที) ผู้ใหญ่ 2,600 เยน
การเดินทาง: นั่งรถบัสที่มุ่งหน้าไปยัง Kansanji onsen จากสถานีรถไฟ JR Hamamatsu 45 นาที ลงที่สถานี Hamanako Paruparu
ว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น): คลิ๊กที่นี่

 

ลิ้มลองปลาไหลญี่ปุ่นของดีประจำทะเสสาบฮามานะโกะใกล้กับสถานีคิกะ

มื้อเที่ยงนี้เราก็มาลองชิมของขึ้นชื่อของที่นี่นั่นคือปลาไหลย่างนั่นเอง เรามากันที่ร้านท้องถิ่นอันโด่งดังอย่างร้านชิมิสุยะ (Shimizuya) ซึ่งร้านนี้ก็อยู่ฝั่งตรงข้ามกับสถานีคิกะ (Kiga) เดินทางสะดวกสุดๆ ปลาไหลนับว่าเป็นของขึ้นชื่อของจังหวัดชิซุโอกะเพราะที่นี่มีการเลี้ยงปลาไหลเพื่อการบริโภคเป็นที่แรกของญี่ปุ่น มีประวัติกว่า 100 ปีเลยทีเดียว
 
Shimizuya

ครั้งนี้เราเลือกทานที่ร้านชิมิสุยะเพราะคนท้องถิ่นต่างแนะนำร้านนี้เป็นเสียงเดียวกัน ทีเด็ดคือความสดใหม่เพราะที่ร้านจะซื้อปลาไหลทุกวันและย่างปลาไหลด้วยเตาถ่านกันใหม่ๆทุกเช้า เมนูแนะนำคือเมนูข้าวหน้าปลาไหลพร้อมน้ำซุป 3,240 เยน ส่วนในภาพนั้นเป็นข้าวหน้าปลาไหลพิเศษ 3,780 เยน
 
Shimizuya

รายละเอียด

Shimizuya
ที่อยู่: 238-2 Kiga, Hozoe-cho, Kita-ku, Hamamatsu-shi, Shizuoka
เวลาเปิดบริการ: 11.00-18.00 น. (หรือจนกว่าของจะหมด)
วันหยุด: ทุกวันพุธ (หากตรงกับวันหยุดจะเปิดทำบริการปกติ), ใน 1 เดือนจะมีวันหยุดยาว 1 ครั้ง, หยุดวันที่ 1 มกราคม
การเดินทาง: เดิน 5 นาทีจากสถานี Kiga รถไฟสาย Tenryu Hamanako Tetsudou

 

รถไฟท้องถิ่นแสนน่ารัก! ชมวิวเพลินๆกับรถไฟสโลว์ไลฟ์สายเทนริวฮามานาโกะ

หลังจากอื่มอร่อยกับปลาไหลกันแล้ว เราก็ไปนั่งรถไฟท้องถิ่น'Slow Life Train'สายเทนริวฮามานาโกะซึ่งอยู่ใกล้ๆกับสถานีคิกะ (Kiga) ซึ่งเป็นที่ๆเราแวะทานข้าวหน้าปลาไหลเมื่อกลางวัน ไฮไลท์ของรถไฟสายนี้คือสามารถชมทิวทัศน์ทะเลสาบฮามานะโกะและดื่มด่ำกับบรรยากาศสองข้างทางรถไฟได้อย่างเต็มอื่ม
 
Slow Life Train

ความพิเศษของรถไฟ Slow Life Train สายเทนริวฮามานาโกะนั้นคือในรถไฟตกแต่งด้วยผ้าม่านสุดคัลเลอร์ฟูลจากแบรนด์มารีเมกโกะ (Marimekko) ยิ่งสร้างบรรยากาศแนวเรโทร น่ารัก น่าถ่ายรูปมากๆ
 
Slow Life Train

นอกจากนี้ที่สถานีมิยะโคะดะ (Miyakoda) สายเท็นฮามะก็มีการตกแต่งสถานีตามสไตล์แบรนด์มารีเมกโกะเช่นกัน บอกเลยว่าไม่เคยเห็นสถานีที่น่ารักขนาดนี้มาก่อน สวยทุกมุมจนหยุดถ่ายรูปไม่ได้เลยละ!
 
Slow Life Train

Slow Life Train

วิธีการจ่ายค่าโดยสารนั้นอาจต้องระวังกันนิดนึง โดยทั้งรถไฟ Slow Life Train และรถไฟสายเท็นฮามะ เวลาขึ้นรถไฟนั้นให้หยิบตั๋วรถไฟมาก่อน และเวลาลงจากรถไฟก็ให้นำตั๋วที่หยิบมาพร้อมเงินค่าโดยสารจ่ายให้กับคนขับรถไฟ ใครไม่ค่อยแน่ใจตรงไหนสามารถเข้าไปสอบถามนายสถานีที่ประจำการอยู่แต่ถ้ากรณีนายสถานีไม่อยู่ละก็ แนะนำให้ถามคนขับรถโดยตรงไปเลย ชัวร์สุด~
 
Slow Life Train
Slow Life Train
Slow Life Train

ชมวิวสองข้างทางจากหน้าต่างรถไฟช่างได้บรรยากาศจริงๆ ค่อยๆซึมซับบรรยากาศ มาใช้ชีวิตอย่างช้าๆชิลล์ๆเหมือนชื่อรถไฟ Slow Life กันดีกว่า
 

Slow Life Train

 

Slow Life Train


รถไฟ Slow Life Train สายเท็นฮามะนี้มีเพียงขบวนเดียวเท่านั้น ดังนั้นใครที่สนใจแนะนำให้เช็คเวลาเดินรถที่โฮมเพจก่อนออกเดินทางจะได้ไม่พลาดกันเนอะ
 
Slow Life Train

รายละเอียด

ขบวน [Slow Life Train] สายเท็นฮามะ รถไฟเท็นริวฮามานะโกะเทะสึโด
ตรวจสอบเวลาเดินรถได้ที่เว็บไซต์ทางการ
ว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น): คลิ๊กที่นี่


หลังจากนั้นพวกเราก็นั่งรถแท็กซี่กลับโรงแรมเพื่อไปรับกระเป๋าที่ฝากไว้ จากนั้นก็มุ่งหน้าไปยังสถานีรถไฟ JR สถานี Hamamatsu โดยรถชัทเทิลบัส โดยป้ายรถบัสจะอยู่ที่หน้าสมาคมคันซันจิออนเซ็น (Kanzanji Onsen Kyokai) แขกที่เข้าพักเรียวคังหรือโรงแรมในย่านคันซันจิออนเซ็นสามารถนั่งรถชัทเทิลบัสได้ฟรี (ต้องจองล่วงหน้า) ใน 1 วันจะมีการเดินรถทั้งหมด 4 เที่ยว ซึ่งมีรอบ 10.00 น./13.00 น. /14.00 น. และ 15.00 น. แต่ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะถ้าหากมาไม่ทันจริงๆก็มีรถบัสปกติ (เสียค่าโดยสาร) วิ่งมายังสถานี JR Hamamatsu ได้เช่นกัน
 
Kanzanji Bus
 
Kanzanji Bus
 

กลับมาสถานีรถไฟฮามามัตสึชิมฮามามัตสึกี๊ยวซ่าของขึ้นชื่อประจำเมืองนี้

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด เราก็มาลองอาหารเกรดบี (B-kyuugurume) ซึ่งคือเมนูอาหารที่อร่อยและราคาประหยัด มาถึงฮามามัตสึทั้งทีก็ต้องลองเมนูท้องถิ่นแสนขึ้นชื่ออย่างฮามามัตสึเกี๊ยวซ่า หน้าตาของเกี๊ยวซ่าที่นี่ไม่เหมือนใคร เพราะมาเป็นรูปร่างวงล้อเลยทีเดียว ทางร้านนำเกี๊ยวซ่าแต่ละชิ้นเรียงต่อกันเป็นวงกลมแล้วนำมาย่าง ตรงกลางถาดมีถั่วงอดต้มไว้ทานคู่กัน บอกเลยว่าไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้มก็ได้เพราะว่าปรุงรสมาแล้วอย่างดี อร่อยสุดๆ วงล้อเกี๊ยวซ่า 25 ชิ้นต่อ1 ถาด ราคา 1,500 เยน
 
Hamamatsu Gyoza

เกี๊ยวซ่าย่างจนแป้งบางกรอบ กัดปุ๊บความหวานของผักก็ค่อยๆซึมออกมา รสชาติลงตัวอร่อยสุดๆ! ก่อนนั่งชินกันเซ็นกลับ แนะนำว่ายังไงก็ต้องมาลองกันให้ได้สักครั้ง!

 
Hamamatsu Gyoza
 

รายละเอียด

Ishimatsu Gyoza หน้าสถานี JR Hamamatsu
ที่อยู่: 1F สถานีรถไฟ JR Hamamatsu ภายในศูนย์การค้า May One Ekimachi ฝั่ง West, 6-1 Sunayama-cho, Naka-ku, Hamamatsu-shi, Shizuoka
เวลาให้บริการ: 11.00 - 21.30 น. (ร้านปิด 22.00 น.)
วันหยุด: ไม่มี
การเดินทาง: ติดกับสถานี JR Hamamatsu
เว็บไซต์ (ภาษาญี่ปุ่น): คลิ๊กที่นี่

 

เที่ยวเต็มอิ่มที่ทะเสสาบฮามานะโกะ เมืองฮามามัตสึจังหวัดชิซุโอกะ

จบลงไปแล้วกับทริป 2 วัน 1 คืนที่ทะเลสาบฮามานะโกะ เมืองฮามามัตสึ จังหวัดชิซุโอกะ ทั้งปั่นจักรยานชมวิวทะเลสาบฮามานะโกะ ชมเสาแดงโทริอิ , เก็บผลไม้, เล่นพาราเซลลิ่ง, แช่ออนเซ็นและเที่ยวชมเมืองบรรยากาศยุโรปที่นุคุโมริโนะโมริ กิจกรรมสนุกๆมากมายขนาดนี้จะพลาดได้อย่างไรกัน ส่วนการเดินทาง หากมาจากโตเกียวหรือโอซาก้าใช้เวลาเพียง 90 นาทีเท่านั้น ใครที่กำลังมองหาแพลนเที่ยวละก็ แนะนำแพลนนี้เลยเพราะจุใจ เอ็นจอยกันได้ทุกคน!
 
體驗靜岡縣濱松・濱名湖一帶,超滿足的2天1夜

※บทความข้างต้นเก็บรวบรวมข้อมูลเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2018
※อาจมีการเปลี่ยนแปลงในข้อมูลที่แนะนำ ค่าใช้จ่ายและตารางเวลาบัส แนะนำให้ตรวจสอบรายละเอียดก่อนออกเดินทาง
 

ถ้าชอบบทความนี้ กดถูกใจให้ด้วยนะ

บทความนี้เขียนขึ้นเมื่อ 31/10/2018 เรื่องโดย:กองบรรณาธิการ DiGJAPAN!

 

ความคิดเห็นล่าสุด | 0ความคิดเห็น

    • ยังไม่มีความคิดเห็น
  • หากเป็นสมาชิก DiGJAPAN!
    จะสามารถโพสต์คอมเม้นท์ได้

    สมัครสมาชิก